ข่าวด้วนด่วน....ทันใจ

posted on 13 Jan 2010 13:04 by koyyokkwangoom

 

 ข่าวยูทูบ

ผู้ใช้ที่เลือกออปชัน Feather จะพบกับหน้าเว็บยูทูบทีเปลี่ยนไป

โดยนอกจากจะลดองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าเว็บมากมายแล้ว video player

จะเริ่มต้นทำงานทีคุณภาพมาตรฐานอีกด้วย (ไม่ใช่ HD)

ดการแสดงผลคอมเมนต์ให้เหลือแค่ 10 และถอดตัวเลือกการแชร์วิดีโอ (sharing) 

และการฝัง (Embed) วิดีโอออกไป 

 

นอกจากนี้ ในส่วนของออปชันตอบกลับด้วยวิดีโอ (Video replies) ระบบแนะนำอัตโนมัติ

สำหรับการค้นหา (auto-suggestion for search bar) และจำนวนของคลิปวิดีโอที่สัมพันธ์กัน

 (related videos) ก็จะถูกเอาออกไปด้วย แต่ที่ยังคงพบเห็นอยู่ในออปชัน "Feather" ก็คือ

โฆษณา ซึ่งผลลัพธ์จากการเลือกใช้ออปชันนี้ หน้าเว็บยูทูบจะเบากว่าเดิม และโหลดเร็วขึ้นมาก

เน็ตบุ๊กที่ใช้เน็ตความเร็วไม่สูงมากนักจะสามารถใช้งานยูทูบได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ออปชัน Feather ยังอยู่ในระหว่างการทดลองให้เปิดใช้

และยังไม่เวิร์กกับทุกคลิปที่เลือกชม สำหรับผู้สนใจสามารถทดดลองใช้ได้ โดยเข้าไปที่

 http://www.youtube.com/feather_beta แล้วคลิกลิงค์ Join the "Feather" Beta

ข้อมูลจาก: venturebeat

mirasol

หน้าจอแสดงผล mirasol จะมีขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 768 พิกเซล

สามารถแสดงผลได้โดยไม่ต้องมีการฉายแสงจากด้านหลัง (backlight)

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพ และตัวหนังสือบนจอได้อย่างชัดเจนภายใต้สภาพ

แวดล้อมของแสงธรรมชาติ (หรือแม้แต่แสงแดด) โดยเมื่อเทียบกับจอ LCD

แล้ว mirasol จะใช้พลังงานน้อยกว่ามาก ทั้งนี้ทาง Qualcomm ได้เคยให้ข้อมูลว่า Kindle

จะทำงานได้นานกว่า mirasol ประมาณ 20% หมายความว่า หากเปลี่ยนจากจออีอิงค์ของ Kindle

เป็น mirasol แล้ว ระยะเวลาใช้งานจะลดจากสัปดาห์เหลือประมาณ 5.6 วัน 

 

 

Qualcomm ไม่มีนโยบายผลิตเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ หรือฮาร์ดแวร์อื่นๆ

ที่ใช้จอแสดงผลดังกล่าว แต่จะจำหน่ายจอเหล่านี้ให้กับผู้ผลิตที่สนใจ เพื่อเป็นทางเลือกแทน

 e-Ink และ LCD แบบเดิมๆ จุดเด่นของจอแสดงผล mirasol เมื่อเทียบกับ e-Ink ก็คือ

มันสามารถเล่นวิดีโอ และอัพเดตหน้าจอได้นุ่มนวลกว่า

 (อีอิงค์จะใช้การรีเฟรชทำให้เห็นการกระพริบของหน้าจอที่สังเกตได้ทุกครั้งที่เปลียนหน้าอีบุ๊ก)

นอกจากจะสามารถผลิตหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วแล้ว ทางบริษัทยังมีแผนที่จะผลิตหน้าจอที่ใหญ่

10 นิ้ว เพื่อใช้สำหรรับ Slate PC และเน็ตบุ๊กด้วย ซึ่งผลลัพธ์จากคลิปที่นำมาฝากคุณผู้อ่าน

 คงจะยืนยันถึงประสิทธิภาพของมันได้เป็นอย่างดี Qualcomm ได้เจรจากับผู้ผลิตหลายรายแล้ว

ดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์ทีใช้ mirasol จอสีประหยัดพลังงานของตนจะเริ่มวางตลาดในไตรมาสที่

สองของปี 2010 

 

CES 2010: "การ์ดรีดเดอร์" เว็บไร้สาย?

AirStash แม้จะดูเหมือนแฟลชไดรฟ์ที่มีดีไซน์ไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก

ออกจะตัวใหญ่อุ้ยอ้ายเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังน่าสนใจอยู่ดี เนื่องจาก AirStash

 มาพร้อมกับช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ SDHC และแอคเซสพอยนต์ไร้สาย Wi-Fi 802.11b/g

(พร้อมการเข้ารหัสด้วย WPA2) อยู่ในตัว ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณสามารถเข้าถึงคอนเท็นต์ต่างๆ

ที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำ SD (ที่ใส่ในช่องอ่านการ์ด) ด้วยอุปกรณ์ไร้สายอย่างเช่น โน้ตบุ๊ก

 เน็ตบุ๊ก เดสก์ทอป และไอโฟนได้

 

อยากจะแนบภาพถ่ายไปพร้อมกับอีเมล์ แต่ไม่มีคอมพิวเตอร์

คุณก็สามารถใช้เว็บบราวเซอร์ในไอโฟน (iPhone) เข้าถึงไฟล์ภาพในการ์ดหน่วยความจำด้วย

AirStash เพื่อวิวรูปภาพถ่าย หรือแนบไปกับอีเมล์ก็ได้ พูดง่ายๆ AirStash

จะทำหน้าที่คล้ายกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือมีเดียเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถใช้อุปกรณ์ไร้สายเข้าถึงคอนเท็น

ต์ (ไฟล์เอกสาร ภาพ หรือ วิดีโอ ฯลฯ) ที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้ทันที

หรือจะใช้ถ่ายโอนไฟล์กับพีซีผ่านทางพอร์ตยูเอสบีของ AirStash

เหมือนกับใช้แฟลชไดรฟ์ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องราคา

ตลอดจนกำหนดวางตลาดให้ทราบแต่อย่างใด คุณผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็บไซต์

airstash.com หรือทวิตเตอร์ airstash

CES 2010: บัตรประชาชน OLED 3 มิติ 

หลายคนอาจจะมองว่า บัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นสมาร์ทการ์ดนี่มันเท่แล้ว

 แต่ลองมาดูบัตรฯไฮเทคฯที่พัฒนาโดยบริษัทในเยอรมัน ซึ่งตัวบัตรจะฝังด้วยหน้าจอ OLED

 และมีรหัส RFID อยู่ภายใน เมื่อเจ้าของนำบัตรไปทาบบนเครื่องอ่าน หน้าจอ OLED

ก็จะแสดงมูฟวี 3 มิติด้วยการแสดงให้เห็นรอบด้าน (360) ของศรีษะตลอดจนใบหน้าของเจ้าของ

บัตร แถมยังซูมให้เห็นใบหน้าบริเวณตาให้ชัดเจนได้อีกด้วย

นั่นทำให้สามารถยืนยันตัวตนเจ้าของบัตรได้ชัดเจนขึ้น แต่จะว่าไป

มันดูน่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นกันอย่างไร อยากใช้บัตรแบบนี้ไหม

ครับ?

มาแล้วข่าวเร็วทันควัน*-*

posted on 13 Jan 2010 12:45 by koyyokkwangoom

 

 

 ยาฮูขยายบริการเว็บไซต์เชื่อมต่อกับทีวี


      ลาสเวกัส 8 ม.ค. - ยาฮูประกาศจับมือเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทผู้ผลิตโทรทัศน์

และอุปกรณ์อื่นเพื่อขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้

       ยาฮูประกาศในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิคส์เพื่อผู้บริโภคซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ในนครลาสเวกัส ของสหรัฐ ว่าได้จับมือกับบริษัทไฮเซนส์ ของจีน บริษัทวิวโซนิค

เอ็มไอพีเอส เทคโนโลยีและซิกมา ดีไซนส์ ให้บริการโทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ได้รวมทั้งเผยชุดพัฒนาโปรแกรมวิดเจทเพื่อให้บรรดาผู้พัฒนาสามารถผลิต

โปรแกรมวิดเจทของตนเอง
ยาฮู ระบุว่าโปรแกรมวิดเจทจะช่วยให้โทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีขีด

ความสามารถเพิ่มขึ้น อาทิการดึงวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตมาชมทางโทรทัศน์

การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เกม และการซื้อสินค้าออนไลน์  ซึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน

ยาฮูได้ประกาศจับมือกับบริษัทชั้นนำ อาทิ ซัมซุง แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ โซนี่และวิซิโอ

มาแล้ว. -สำนักข่าวไทย


http://news.mcot.net/technology/inside.php?value=bmlkPTEzMzYzNSZudHlwZT10ZXh0

 

 

กล้องเคปเลอร์ตรวจพบดาวเคราะห์ 5 ดวงแรกอยู่นอกระบบสุริยจักรวาล

 

 

 ดูภาพขนาดใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     บีบีซี นิวส์ ออนไลน์ 5 ม.ค.-กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ซึ่งองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ได้ตรวจพบดาวเคราะห์ 5 ดวงแรกที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล

     แม้ดาวเคราะห์ชุดแรกมีขนาดใหญ่กว่าดาวเนปจูนซึ่งใหญ่กว่าโลก แต่ก็ได้แสดงให้เห็นว่ากล้องทำงานได้เป็นอย่างดีและมีความไวมากในการตรวจหาดาวเคราะห์

นาซาประกาศชื่อดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงที่ค้นพบต่อที่ประชุมสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันว่า เคปเลอร์ 4b  เคปเลอร์ 5b เคปเลอร์ 6b เคปเลอร์ 7b และเคปเลอร์ 8b  ขนาดดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงมีตั้งแต่ดวงเล็กที่สุดซึ่งมีรัศมีใหญ่กว่าโลก 4 เท่าไปถึงดวงที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดี  ทั้งหมดโคจรอยู่ใกล้ดาวแม่ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ โดยใช้เวลาโคจรครบ 1 รอบประมาณ 3.2-4.9 วันเท่านั้น แตกต่างจากโลกซึ่งใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 365 วัน

การโคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ส่งผลให้อุณหภูมิของดาวเคราะห์แต่ละดวงสูงมาก ประมาณ 1,200  องศาเซลเซียส ถึง 1,650 องศาเซลเซียส จึงไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้

นาซากล่าวว่าตั้งแต่ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ขึ้นสู่อวกาศเมื่อต้นเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ตรวจพบเทหวัตถุที่มีความเป็นไปได้ว่าคือดาวเคราะห์หลายร้อยดวง แต่ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบเพิ่มขึ้นเพื่อระบุให้แน่ชัด  และคงต้องใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะยืนยันการมีอยู่ของดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลกมากที่สุดได้ .-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2010-01-05 11:38:14 

 

 

IT movement 10/01/53

 

 

ค่อยหายใจโล่งคอ เมื่อผู้บริหาร-พนักงาน ของ CATS หรือแคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิส ได้รับอนุญาตให้เข้าไปบริหารกิจการภายในบริษัทแล้ว หลังถูกรัฐบาลกัมพูชาขอคำสั่งศาลเข้าควบคุมบริษัทด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงสิริร่วมเดือนฝ่าๆ ช่วงนี้ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ซีอีโอ สามารถคอร์ป เลยอารมณ์แจ่มใสมาก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสามารถ ยังต้องการเอกสารยืนยันการยกเลิกคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการก่อน เพื่อที่การดำเนินงานใดๆ จะได้กระทำอย่างโปร่งใส สบายใจ

เจ็บตัวรับปีใหม่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอ ทรู ประสบอุบัติเหตุแขนเดี้ยง ต้องเดินกระเตงเฝือกยามนี้ โชคดีเป็นที่แขนซ้าย ยังเซ็นเอกสารได้ ซำบายบรื๊อ

ขณะที่ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ณ ไอซีที เคลิบเคลิ้มรับปีพยัคฆ์ อยากเพิ่มรายได้ ทีโอที เพิ่มเบอร์โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตทุกหมู่บ้าน....สร้างความหวังและฝันหวานๆ...ให้ชาวบ้านตาดำๆ อย่าทำให้ฝันค้าง ก็... แล้วกันส์

และจากการจัดอันดับของ World Economic Forum : WEF ผลปรากฏว่าอันดับไทยร่วงหล่น...เพราะมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อยู่ในระดับต่ำเตี้ย...จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ร.ต.หญิง ระนองรักษ์   จะเป็นทั้งเจ๊ผลัก...เจ๊ดัน...ให้คนไทยได้ใช้ อินเตอร์เน็ตกันอย่างทั่วถึง อย่าเป็นเหมือนฝนตก ไม่ทั่วฟ้า...ก้อแล้วกันส์

ใกล้ได้ฤกษ์ประเมินผลงาน วรุธ สุวกร หลังนั่งตำแหน่งซีอีโอ ทีโอที เกือบขวบปีดีดี๊ ฮะแรก! ก่อนสิ้นปีวัวบ้า นับว่าอาการร่อแร่...แต่ ณ เวลานี้อาการทรงๆ....ส่วนผลจะออกหัว...ออกก้อย ก็คงต้องรอวัดดวงว่าเส้นครายหญ๋าย

และไม่แตกต่างจาก จิรายุทธ รุ่งศรีทอง ซีอีโอ กสท ที่เข้าข่ายประเมินผลงานเช่นกัน ภารกิจแรกต้องลุ้นว่าซื้อขายโครงข่ายฮัทช์สำเร็จดั่งประสงค์หรือไม่ ขณะที่หลายคนมีคำถามคาใจ ถ้าดีจริ๊งจริง ทำไม ลีกาชิง เจ้าของฮัทช์ ถึงขายทิ้ง ต้องคิดกันเอาเองแหละ

ช่วงนี้วงการโทรคมนาคมต้องเจอสุญญากาศและเงียบฉี่แน่ เพราะ กทช. ชุดเก่า ไม่กล้าขยับอะไร เพราะรอ กทช.ชุดใหม่มา...เก่าไปใหม่มา ก็ต้องรอกันไป

กทช. ตั้งมา 5 ปีแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก คงต้องมานั่งคิดทบทวนกันว่าผลงานชิ้นโบแดง โบดำ แบบเอ่ย..ปุ๊บนึกออกปั๊บ มีอะไรบ้าง...ช่วยคิดด่วน...เพราะแม้แต่ใบอนุญาต 3 จี ยังไม่รู้จะประมูลได้เมื่อใด

แม้ ทีโอที จะเปิดให้บริการ 3 จี ไปตั้งแต่ปลายปี 52 ทำให้ประเทศไทยไม่อับอายขายหน้าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในหลายๆพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก็โทร.ติดๆ ดับๆ แต่ไม่เท่ากับพื้นที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ศูนย์บัญชาการของ เจ๊นก ณ ไอซีที ดันทะเล่อทะล่าไม่มีสัญญาณซะงั้น...ร้อนก้นถึง วิเชียร นาคสีนวล รองซีอีโอ  ทีโอที ต้องแจ้นไปแจง พร้อมควงว่าที่รองนายกฯ คนใหม่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไปพบ เจ๊นก ณ ไอซีที ไม่รู้มีเรื่องลับอะไร...ปิดกันให้แซด

 

ลูกค้าเสวยสุข สินค้าไฮเทคปีนี้เน้นแข่งราคา

 

 

 

เพราะยังไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเต็มที่ได้หรือไม่ บรรดาผู้ผลิตสินค้าไฮเทค-อิเล็กทรอนิกส์ จึงขมีขมันกับการคิดค้นสินค้า ให้แข่งขันด้านราคาได้ดีที่สุด ขณะที่สเปกและ คุณสมบัติของสินค้า ก็ยังต้องดียิ่งขึ้นไปด้วย

กลยุทธ์ที่บรรดาผู้ผลิตต้องใช้ในช่วงที่ต้องพยายามทั้งผลักทั้งดันให้ผู้บริโภคควักกระเป๋าจับจ่ายสินค้าได้นั้น อยู่ที่ปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ หลังจากอึดอัดหาวเรอมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา และผิดหวังกับยอดขาย เทศกาลจับจ่ายใช้สอยช่วงปลายปี 2008 คาบต่อปี 2009 เชื่อว่าปีนี้ผู้ผลิตน่าจะมีอารมณ์ชื่นมื่นขึ้น

ส่งท้ายปี 2008 ก่อนขึ้นปีใหม่ 2009 เป็นช่วงที่ผู้ผลิตตกอยู่ในอารมณ์ช็อก เนื่องจากยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงเทศกาลลดต่ำลงถึง 27% แต่พอมาปีนี้ยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2009-24 ธ.ค. 2009 ที่ผ่านมา ขยับขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.9% จากการ ประเมินเบื้องต้นของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งประเมินจากยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร รวมทั้งเงินสดของอเมริกันชนช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองความสุข

เริ่มต้นจากโทรทัศน์ ซึ่งบรรดาผู้ผลิตเชื่อมั่นว่าครัวเรือนอเมริกัน ถึงวาระที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องใหม่ อัพเกรดให้ดีขึ้น ทดแทนเครื่องรุ่นเก่าด้วยทีวีจอแบน กระแสดังกล่าวไม่สามารถหยุดยั้ง แม้อเมริกากำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมามีทีวีจอแบนถูกส่งมาขายยังอเมริกาถึงกว่า 33.8 ล้านเครื่อง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขาย ทะยานขึ้นพรวดพราด สืบเนื่องมาจากแนวโน้มราคาที่ลดลงเรื่อยๆ ทีวีจอแบน ขนาด 32 นิ้วในอเมริกา ขายกันอยู่ที่ราคาเกิน 300 เหรียญสหรัฐฯนิดหน่อย (เฉียดหมื่นบาท) ราคาเกือบเท่ากับทีวีจอภาพแบบเก่า ขณะที่เทคโนโลยีดีขึ้นทั้งภาพ สี เสียง และหน้าจอที่บางลง

ความท้าทายในปีนี้ของผู้ผลิตก็คือ การจะทำให้ทีวีจอแบนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งกระตุ้นตลาด พัฒนาของเล่นหรือฟังก์ชันใหม่ๆ ซึ่งในปีนี้หนีไม่พ้นทีวี 3 มิติ เพื่อรองรับกระแสนำภาพเคลื่อนไหว 3 มิติเข้าสู่ครัวเรือน รวมทั้งเครื่องเล่นบลูเรย์ 3 มิติ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวออกสู่ตลาดปีนี้ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคต้องรับชมภาพผ่านแว่นตา 3 มิติอยู่ดี

ที่สำคัญเครื่องทีวี  3  มิติจะมีราคาไม่แพงอย่างที่คิด  เทียบกับราคาทีวีไฮเอนด์แล้วแพงกว่าไม่มาก แพงกว่าเครื่องทีวี 2 มิติธรรมดาไม่เกินเครื่องละ 200 เหรียญฯ

ขณะเดียวกันโน้ตบุ๊กแล็ปทอปก็จะเป็นสินค้าที่ยังคงได้รับความนิยม เน็ตบุ๊กซึ่งมีขนาดเล็กราคาอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 300 เหรียญฯ แต่ปีนี้คาดว่าความต้องการโน้ตบุ๊กขนาดใหญ่จะเพิ่มมากขึ้น ด้วยประสิทธิภาพของระบบประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพขึ้น หน้าจอใหญ่ขึ้น และใช้งานมัลติมีเดียได้ดีขึ้น โดยราคาก็จะขยับตามไปด้วย.

edit @ 13 Jan 2010 13:25:11 by IT_GM_1/3

edit @ 13 Jan 2010 13:26:35 by IT_GM_1/3

ค้างคาใจ...ถ้าอยากรู้

posted on 13 Jan 2010 12:30 by koyyokkwangoom

 

 

นิสสัน  รถยนต์ยิ้มได้

ต้นแบบรถยนต์ไอเดียเก๋ๆ คันนี้ ตัวถังของมันจะคลุมด้วยชั้นสารชนิดพิเศษที่เรียกว่า ROICA

ซึ่งเป็นสารประกอบไฟเบอร์โพลียูรีเธที่มีความยืดหยุ่นสูงจาก Asahi Kasei บริษัทผลิตเคมีภัณฑ์

 โดยเจ้า ROICA จะมีความสามารถในการทำให้มันผิดรูปร่าง  (deform) ไปจากเดิมได้สูงสุดถึง 900%

 ในขณะที่ยังสามารถกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งปกติ ROICA จะใช้กับผลิตภัณฑ์อย่าง

 รองเท้า เสื้อผ้า หรือเบาะรถยนต์ เมื่อนำชั้นสารดังกล่าวมาทำงานรวมกับกลไกการเคลื่อนไหว

 Animatronics มันก็จะทำให้รถยนต์ต้นแบบคันนี้สามารถยกมุมปากขยับยิ้มขึ้นมาได้นั่นเอง

แนว คิดทีอยู่เบื้องหลังของการทำ Smiling vehicle น่าสนใจมากทีเดียว โดยทางนิสสันมองว่า เทคโนโลยีนี้จะสามารถนำไปใช้แสดงอารมณ์ของผู้ขับรถยนต์ของนิสสันได้ นั่นหมายความว่า มันจะแสดงอารมณ์ของผู้ขับรถยนต์ขณะนั้นออกไปทางด้านหน้าของรถยนต์ให้ปราก ฎต่อสายตาผู้ขับรถยนต์คันอื่นๆ นั่นเอง ซึ่งเท่ากับเป็นการแบ่งปันความรู้สึกของผู้ขับขณะนั้นออกมาที่หน้ารถยนต์ ตลอดจนสามารถสื่อสารความรู้สึกระหว่างกันได้อีกด้วย...ว้าว!!!

 

LePhone

หลังจากที่เลอโนโว (Lenovo) นำ LePhone ออกมาอวดสายตาชาวโลกในงาน CES 2010 ที่ผ่านไปแล้วนั้น ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลของอุปกรณ์เสริมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน และอินเตอร์เฟซเก๋ๆ ของแอนดรอยด์โฟนรุ่นนี้ออกมาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งทางบริษัทมั่นใจว่า มันจะเป็นทีถูกใจของผู้ใช้อย่างแน่นอน



LePhone ไม่เพียงแต่จะเป็นแอนดรอยด์โฟนที่มีดีไซน์สะดุดตาใครๆ หลายคนเท่านั้น แต่อินเตอร์เฟซของมันยังสวยงามอีกด้วย ล่าสุดมีการปล่อยภาพสกินของอินเตอร์เฟซทีสามารถปรับแต่งได้ (คล้ายกับ OPhone skin บน Skylight OS ของเลอโนโว) ซึ่งทำให้ LePhone ได้รับความสนใจจากผู้ใช้มากขึ้นไปอีก

นอก จากการยกระดับของอินเตอร์เฟซแล้ว LePhone ยังมาพร้อมกับออปชันคีย์บอร์ด QWERTY (ไอเดียจะคล้ายๆ กับ IdeaPad U1 ที่สามารถถอดหน้าจอโน้ตบุ๊กออกมาเป็นแท็บเล็ตได้) แบบฝาพับในแนวนอน โดยผู้ใช้สามารนำ LePhone ติดตั้งเข้าไปในกรอบโปร่งแสงด้านบน เพือใช้คีย์บอร์ดพิมพ์ข้อความได้อย่าง สะดวกยิ่งขึ้น LePhone จะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส 3.7 นิ้ว ทำงานด้วยซีพียู Snapdragon 1GHz กล้อง 3 ล้านพิกเซล เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi สนับสนุน A-GPS และช่องต่อเฮดโฟนมาตรฐาน 3.5 มม.

 

เน็ตบุ๊ค ลดราคา

ก่อนที่จะทราบราคาของมัน เราไปดูสเป็กกันก่อนดีกว่า Aspire One AO532h ใช้ซีพียู Intel Atom N450 1.66GHz แคช L2 512KB และ FSB ทำงานที่ 667MHz กราฟิก GMA 3150 โดยทำงานร่วมกับจอ LED CrystalBrite ขนาด 10" ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 22.2% เมื่อเทียบกับจอ LCD ทั่วไป ผลลัพธ์ก็คือ AO532h สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

คณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องก็จะมีหน่วยความจำ DDR2 667MHz 1GB ฮาร์ดดิสก์ SATA 160GB (ทำงานที่ 5400 RPM เร็วใช้ได้เลยล่ะครับ) ช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ USB 2.0 3 พอร์ต เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11b/g/draft-n และ Ethernet 10/100 พร้อมเว็บแคม และลำโพงสเตอริโอ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Starter แบตเตอรี่ใช้ 6 เซล น้ำหนักเครื่อง 2.76 ปอนด์ หรือประมาณ 1.26 กิโลกกรัมเท่านั้น มีให้เลือก 3 สีด้วยกันคือ นำเงิน, แดง และเงิน

สนนราคาของ Acer Aspire One AO532h อยู่ที่ 299 เหรียญฯ หรือประมาณ 10,000 บาทเท่านั้น ว้าว!!!

เนื่องจากแพลตฟอร์ม Eee PC ของทางบริษัทจะผูกติดกับซีพียูของอินเทลมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่มีข่าวแพร่สะพัดออกมา เว็บไซต์ NetbookNews ยังได้ออกมาระบุอีกด้วยว่า ได้มีโอกาสสัมผัสเจ้า Eee Pad แล้ว พร้อมทั้งยังบอกอีกด้วยว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้แพลตฟอร์ม Tegra ของ NVIDIA ยิ่งตอกย้ำว่า ข่าวดังกล่าวไม่น่าจะเป็นแค่ข่าวลือ

 

เนื่องจากแพลตฟอร์ม Eee PC ของทางบริษัทจะผูกติดกับซีพียูของอินเทลมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากที่มีข่าวแพร่สะพัดออกมา เว็บไซต์ NetbookNews ยังได้ออกมาระบุอีกด้วยว่า ได้มีโอกาสสัมผัสเจ้า Eee Pad แล้ว พร้อมทั้งยังบอกอีกด้วยว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้แพลตฟอร์ม Tegra ของ NVIDIA ยิ่งตอกย้ำว่า ข่าวดังกล่าวไม่น่าจะเป็นแค่ข่าวลือ

 

Eee Pad

คาดการณ์กันว่า Asus Eee Pad อาจจะใช้โพรเซสเซอร์ ARM ตัวที่เร็วที่สุด (Tegra 2) และมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงผลวิดีโอไฮเดฟฯ 720p หรืออาจจะถึงระดับ Full HD 1080p ก็ได้ โดยตัวอุปกรณ์จะทำงานด้วยระบบสัมผัสแบบมัลติทัช อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดสำหรับทางเลือกของแพลตฟอร์มที่ใช้ ดังนั้น ระบบปฏิบัติการที่ใช้กับ Eee Pad จึงอาจจะเป็น Android 2.1 หรือไม่ก็เป็น Cloud OS อย่าง Jolicloud หรือ Chrome OS ไปเลย ซึ่งเชื่อว่า ความชัดเจนของ Asus Eee Pad จะถูกเปิดเผยในงาน CES 2010 ที่จะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 10 มกราคม ปีหน้า โดยหากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางเว็บไซต์ arip จะรีบนำเสนอให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทราบทันที

ข้อมูลจาก: nexus404